การพัฒนาห้องสมุดชุมชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน

ห้องสมุดได้รับการพัฒนาเป็นห้องสมุดที่มีชีวิต เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้  มีหนังสือ สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย มีคุณภาพ หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านและการเรียนรู้ มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ นำไปสู่การพัฒนาตนเอง ชุมชน และเกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม

การพัฒนาห้องสมุดประชาชนให้มีหนังสือ สื่อการเรียนรู้ ที่ทันสมัย มีคุณภาพ หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และการเรียนรู้ บุคลากรผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดได้รับการพัฒนาให้สามารถจัดกิจกรรมได้อย่างมีคุณภาพ หลากหลาย ต่อเนื่อง โดยภาคีเครือข่ายร่วมส่งเสริมและสนับสนุน ห้องสมุดชุมชนแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญและใกล้ชิดชุมชนมากที่สุด หากจะให้ห้องสมุดประชาชนมีศักยภาพ สามารถตอบสนองความต้องการการเรียนรู้สำหรับประชาชนได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องพัฒนาและต้องเป็นการพัฒนาภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่เน้นการพัฒนาทางด้านกายภาพเป็นหลัก แต่เน้นการพัฒนาเชิงกระบวนการ

การปรับเปลี่ยนห้องสมุดประชาชนเดิมให้เป็นห้องสมุดที่มีชีวิตชีวา อาจเริ่มจากการทำให้ห้องสมุดประชาชนไม่มีขอบเขต อาณาจักร เปลี่ยนจากการให้บริการเชิงรับเป็นเชิงรุก ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว แบบไร้พรมแดน บริการสื่อการเรียนรู้และความบันเทิงที่หลากหลาย ทันสมัย จัดหาหนังสือและสื่อใหม่ๆ มาให้บริการสมาชิกเป็นประจำ มีการปรับเปลี่ยนการจัดวางวัสดุอุปกรณ์ภายในห้องสมุดให้แปลกตา แต่งแต้มสีสันอาคารสถานที่อยู่เสมอ จัดบรรยากาศให้สบายๆ ผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน มีความยืดหยุ่นตอบสนองพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ลดความเป็นทางการลงให้มากที่สุด จัดแสดงสื่อต่างๆ ให้มีความโดดเด่น เร้าใจ โดยการแสดงของจริง สัมผัสได้ ทดลองได้ นำเสนอสถิติข้อมูลใหม่ๆ ทุกวัน ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การสาธิตศิลป วัฒนธรรม การแสดงสินค้าพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอาชีพท้องถิ่น หรือเปิดโอกาสให้สมาชิกมาใช้ห้องสมุดจัดกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ปราศจากข้อจำกัด

นอกจากนั้น ควรมีการจัดบริการอินเตอร์เน็ตคุณภาพสูงแต่ราคาต่ำ มีบริการดูหนัง ฟังเพลง มุมบริการอาหารว่าง เครื่องดื่ม มุมเสวนากลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อาจมีร้านค้าเล็กๆ เพื่อจำหน่ายหนังสือใหม่ๆ ยอดนิยม ราคาพิเศษ รวมทั้งมีระบบแลกเปลี่ยนหนังสือ และสื่อสำหรับสมาชิก และนักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนประเภทต่างๆ ตลอดจนการกำหนดเวลาเปิด-ปิด บริการห้องสมุดให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยอาจกำหนดให้มีเวลาเปิดเป็นช่วงๆ ภายในวันเดียวกัน เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และเจ้าหน้าที่มีเวลาทำงานด้านเทคนิคอย่างเต็มที่

บทบาทหน้าที่สำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ห้องสมุดมีชีวิต คือ การพัฒนาให้เป็นหน่วยจัดการความรู้ภาคประชาชน ทำหน้าที่วิเคราะห์ความต้องการการเรียนรู้ของสมาชิกทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น เด็ก เยาวชน ชาวบ้านทั่วไป ผู้นำชุมชน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาชีพ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เพื่อจัดสรรทรัพยากรการเรียนรู้ แสวงหา สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ และกระตุ้นส่งเสริมให้ประชาชนรักการเรียนรู้ รวมทั้งการออกแบบกระบวนการถ่ายทอดความรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ห้องสมุดเป็นห้องสมุดมีชีวิต และสามารถเปลี่ยนบทบาทจาก Service center ให้เป็น Learning center ได้ในที่สุด

Comments are closed.